พระยาเทพศาสตร์สถิตย์ (โห้ กาฬดิษย์) ผู้ให้กำเนิดวิชา เกษตรกรรม ในประเทศไทย
อาจารย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นนักเรียนทุนรุ่นแรกของกระทรวงธรรมการที่ไปศึกษาต่างประเทศเมื่อปี พ.ศ. 2438 พร้อมกับเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี
พระยาเทพศาสตร์สถิตย์ สำเร็จวิชากสิกรรมจากมหาวิทยาลัยเรดดิ้ง ประเทศอังกฤษ์ ในปี พ.ศ. 2439 และได้ผ่านการฝึกงานไร่กับครอบครัวกสิกรคหบดีในอังกฤษเป็นเวลานานก่อนกลับประเทศไทย เคยได้ไปช่วยราชการกรมเพาะปลูก กระทรวงเกษตราธิการ ในปี พ.ศ. 2452
พระยาเทพศาสตร์ฯ ตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรมหอวัง ขึ้นเป็นแห่งแรกในประเทศไทย ณ บ้านสวนหลวง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของบริเวณหอวัง (บริเวณสนามกีฬาแห่งชาติด้าน สี่แยกเจริญผลในปัจจุบัน) พระยาเทพศาสตร์สถิตย์ เป็นอาจารย์ใหญ่ มีครูน้อย 2 คน คือ ครูทองดี เรศานนท์ (หลวงสุวรรณวาจกกสิกิจ) และครูผล สินธุระเวชญ์ (หลวงผลสัมฤทธิ์กสิกรรม) ทั้งสองคนสำเร็จ ป.ม.จากโรงเรียนข้าราชการพลเรือน
การศึกษาเกษตรก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง
ในปี พ.ศ. 2459 เจ้าพระยาธรรมศักดิ์ (สนั่น เทพหัสดิน ณ อยุธยา) เข้ารับหน้าที่เสนาบดีกระทรวงธรรมการ ได้เริ่มโครงการศึกษากสิกรรม ผู้ที่ได้รับบัญชาให้ร่างโครงการเสนอคือ พระยาเทพศาสตร์สถิต (โห้ กาฬดิษย์) อาจารย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นนักเรียนทุนรุ่นแรกของกระทรวงธรรมการที่ไปศึกษาต่างประเทศเมื่อปี พ.ศ. 2438 พร้อมกับเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี
พระยาเทพศาสตร์สถิต สำเร็จวิชากสิกรรมจากมหาวิทยาลัยเรดดิ้ง ประเทศอังกฤษ์ ในปี พ.ศ. 2439 และได้ผ่านการฝึกงานไร่กับครอบครัวกสิกรคหบดีในอังกฤษเป็นเวลานานก่อนกลับประเทศไทย เคยได้ไปช่วยราชการกรมเพาะปลูกกระทรวงเกษตราธิการในปี พ.ศ. 2452 ครั้งหนึ่ง ต่อมาได้กลับไปเป็นอาจารย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนสังกัดกระทรวงธรรมการ ได้เป็นข้าหลวงเกษตรมณฑลภูเก็ต และเลขานุการกรมทดน้ำ นับว่าเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ด้านการเกษตรทั้งนอกและในประเทศเป็นอย่างดี
โครงการศึกษากสิกรรมที่พระยาเทพศาสตร์สถิตร่างขึ้นนี้ เสนอให้จัดการศึกษาเกษตรตามแนวทางของสหรัฐอเมริกาที่จัดทำอยู่ในประเทศฟิลิปปินส์คือ สอนให้ทำ “สวนโรงเรียน” เป็นการสาธิตวิชาการเกษตรแผนใหม่ก่อน แล้วจึงขยายให้นักเรียนทำ “สวนบ้าน” ในภายหลัง เป็นการให้นักเรียนได้ลงมือ ลงทุนทำการเกษตรตั้งแต่ก่อนการสำเร็จการศึกษา
ในปี พ.ศ. 2460 เจ้าพระยาธรรมศักดิ์ฯ แบ่งเงินจากการศึกษาสามัณส่วนหนึ่งมาให้พระยาเทพศาสตร์ฯ ตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรมหอวังขึ้นเป็นแห่งแรกในประเทศไทย ณ บ้านวนหลวง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งขอบริเวณหอวัง (บริเวณสนามกีฬาแห่งชาติ ด้านสี่แยกเจริญผลในปัจจุบัน) พระยาเทพศาสตร์สถิต เป็นอาจารย์ใหญ่ มีครูน้อย 2 คน คือ ครูทองดี เรศานนท์ (หลวงสุวรรณาจกกสิกิจ) และครูผล สินธุระเวชญ์ (หลวงผลสัมฤทธิ์กสิ กรรม) ทั้งสองคนสำเร็จ ป.ม.จาก โรงเรียนข้าราชการพลเรือนฯ
ในปี พ.ศ. 2461 ได้ย้ายโรงเรียนไปตั้งที่ตำบลพระประโทน อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ที่ตั้งฌรงเรียนเป็นป่าไผ่และดงสะแก อยู่ข้างวัดพระประโทน
ในปี พ.ศ. 2467 ได้ย้ายโรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรมไปตั้งที่ตำบลบางสะพานใหญ่ อำเภอบางสะพานใหญ่ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ในปี พ.ศ. 2468 ได้ขยายกิจการตั้งแผนฝึกหัดครูมูลกสิกรรม และแผนกมัธยมวิสามัญเกษตรกรรม
โรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรมบางสะพานใหญ่ เจริญรุ่งเรืองมาก มีอาจารย์สำเร็ขวิชาการเกษตรระดับปริญญาตรี และโท จากเมริกา อังกฤษ และฟิลิปปินส์ ถึง 6 คน
พระยาเทพศาสตร์สถิตย์ (โห้ กาฬดิษย์)
หลวงชุณหกสิการ (ชุ้น อ่องระเบียบ)
หลวงอิงค์ศรีกสิกร (อินทรีย์ จันทรสถิตย์)
พระช่วงเกษตรศิลปะการ (ช่วง โลจายะ)
หลวงสุวรรณวาจกกสิกิจ (ทองดี เรศานนท์)
หลวงผลสัมฤทธิ์กสิกรรม (ผล สินธุระเวชญ์)
นอกจากนี้ยังมีแหล่งวิชาการเกษตรใหญ่ คือ ฟาร์มบางเบิด ของ ม.จ.สิทธิพร กฤดากร พระบิดาของการเกษตรแผนใหม่อยู่ไม่ไกลนัก
ในปี พ.ศ. 2469 ต้องย้ายโรงเรียนเป็นครั้งที่ 3 ไปตั้งที่ตำบลทับกวาง อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี ส่วนที่บางสะพานใหญ่ต้องปิดตัวลงในปี พ.ศ. 2471
ต่อมานโยบายการศึกษาเกษตรมีการเปลี่ยนแปลง ขาดผู้สนับสนุนระดับเสนาบดี มีการย้ายอาจารย์เข้ากรุงเทพฯ 4 คน พระยาเทพศาสตร์ฯ อาจารย์ใหญ่ถึงอนิจกรรมในปี พ.ศ. 2472 เป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ โครการศึกษากสิกรรม หลวงสุวรรณวาจกกสิกิจ เป็นอาจารย์ใหญ่สืบแทนจนถึงปี พ.ศ. 2474
ในปลายปี พ.ศ. 2474 ม.จ.สิทธิพร กฤดากร ได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้เป็นอธิบดีกรมตรวจกสิกรรม เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี ได้กลับมาเป็นเสนาบดีกระทรวงธรรมการอีกครั้งหนึ่ง จึงมีการร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด
(1) หลวงสุวรรณวาจกกสิกิจ ได้รับมอบหมายให้ไปเริ่มงานที่สถานีทดลองกสิกรรมภาคใต้ และโรงเรียนฝึกหัดครูมูลกสิกรรมที่ตำบลควนเนียง จังหวัดสงขลา
(2) หลวงอิงคศรีกสิกรม ทางกระทรวงธรรมการ ได้ย้ายไปเป็นอาจารย์ใหญ่โรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรมที่ย้ายจากทับกวางไปอยู่ที่สถานีทดลองกสิกรรมภาคอิสาน ที่ตำบลโนนสูง อำเภอโนนวัด จังหวัดนครราชสีมา ในต้นปี 2475
การศึกษาเกษตรหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง
ในปี พ.ศ. 2476 การศึกษาเกษตรและการวิจัยยังมีการร่วมมือกันอย่างดีระหว่างกระทรวงธรรมการและกระทรวงเกษตราธิการ มีการจัดตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรมขึ้นที่ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ให้ย้ายสถานีทดลองกสิกรรมภาคใต้ไปรวมอยู่ที่คอหงส์
กรมตรวจกสิกรรม ได้ขอตัวพระช่วงเกษตรศิลปะการ จากกระทรวงกลาโหม ให้ไปบุกเลิกงานสถานีกสิกรรมภาคพายัพที่บ้านแม่โจ้ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่
ในปี พ.ศ. 2477 กระทรวงธรรมการ ได้จัดตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรมแห่งที่สามขึ้นที่แม่โจ้ คู่กับสถานีทดลองกสิกรรมภาคพายัพ
การบริหารงานของสถานีทดลองกสิกรรมทั้ง 3 ภาค และโรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรม ในระยะนี้เป็นตัวอย่างอันดีของการร่วมมือระหว่างกระทรวงเพราะหัวหน้าสถานีทดลอง และอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนแต่ละแห่ง คือคนคนเดียวกัน แต่สามารถบริหารงานข้ามสังกัดได้ และมีการใช้บุคคลร่วมกัน ผู้บริหารทั้ง 3 ท่าน นี้ ซึ่งต่อมาได้เป็นบุคคลที่มีความสำคัญต่อการเกษตรของประเทศเป็นอย่างมากคือ
หลวงอิงคศรีกสิการ สังกัดกระทรวงธรรมการ เป็นอาจารย์ใหญ่โรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรมโนนวัด และหัวหน้าสถานีทดลองกสิกรรมภาคอิสาน
หลวงสุวรรณวาจกกสิกิจ สังกัดกระทรวงธรรมการ เป็นอาจารย์ใหญ่โรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรม คอหงส์ และหัวหน้าสถานีทดลองกสิกรรมภาคใต้
พระช่วงเกษตรศิลปการ สังกัดทบวงเกษตราธิการ กระทรวงเศรษฐการ หัวหน้าสถานีทดลองกสิกรรมภาคพายัพ และ เป็นอาจารย์ใหญ่โรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรมแม่โจ้
นอกจากนี้ กรมตรวจกสิกรรมยังมอบหมายให้โรงเรียนประถมวิสามัญกสิกรรม รวม 12 แห่ง เป็น กิ่งสถานีทดลองกสิกรรมของกระทรวงเกษตราธิการด้วย เป็นที่น่าเสียดายว่า ความร่วมมืออันดีระหว่างกระทรวงธรรมการและกระทรวงเกษตราธิการนี้อยู่คงได้เพียง 3 ปีเท่านั้น เมื่อเจ้าพระยาธรรมศักดิ์พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรี และ ม.จ.สิทธิพร กฤดากร พ้นจากตำแหน่งอธิบดีกรมตรวจกสิกรรม เพราะมรสุมทางการเมืองแล้ว นโยบายการศึกษาเกษตรก็ได้เปลี่ยนแปลงไป
(เรียบเรียงจาก วิวัฒนาการของการศึกษาเกษตรในประเทศไทย กวี จุตติกุล คณบดีคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น หน้า 43-46 หนังสือ อนุสรณ์แม่โจ้ 50 ปี 02477-2527 ธนิต มะลิสุวรรณ บรรณาธิการ).
เรียบเรียงสำหรับรายการ แม่โจ้เมื่อวันวาน ตำนานาแม่โจ้ ตอนที่ 1
สงวน จันทร์ทะเล
3 พฤษภาคม 2549
Read More