พิพิธภัณฑ์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เชียงใหม่

  • แม่โจ้ 2477.

เรื่องเล่าเกี่ยวกับผีที่ห้วยโจ้

สายน้ำ สายธาร สายใยลูกแม่โจ้ ที่กลางวันให้ความชุ่มชื่น ฉ่ำเย็น ให้กับแมกไม้นานาพันธุ์ และให้การเกษตรแก่ผู้คนในอดีต และเป็นที่ชำระล้างร่างกายของผู้คนโดยเฉพาะลูกแม่โจ้ มานานเกือบศตวรรษ ช่วงกลางคืน นั้น เคร่งขรึม น่าเกรงขาม ศาสตราจารย์ ดร.ระพี สาคริก ศิษย์เก่าแม่โจ้ รุ่น 7 เคยเล่าให้ผมฟัง เมื่อปลายเดือนธันวาคม 2558 ว่า สมัยที่ท่านเรียนที่แม่โจ้ ยามเย็นถึงค่ำท่านและเพื่อนๆ ชอบมานั่งริมห้วยโจ้ เพราะอากาศเย็นสบาย ฟังเสียงน้ำไหลแล้วสบายใจ แต่เพื่อนของท่านบางคนปากเปราะ ชอบพูดคุยถึงเรื่องผีทั้ง ๆ ที่ท่านพยายามห้ามแล้วเพราะจะทำให้เสียบรรยากาศ และแล้วหลังจากเพื่อนกำลังเอ่ยถึงเรื่องผีขึ้นมา ในยามค่ำคืนเสียงหรีดหริ่งเรไรที่กำลังร้องระงมปรากฎว่า สรรพสัตว์ดังกล่าวหยุดร้องอย่างกะทันหันและมีเสียงคนคล้ายผู้ชาย ด้วยน้ำเสียงหัวเราะเยือกเย็นสวนขึ้นมา เท่านั้นเอง ทุกคนวิ่งกันอย่างไม่คิดชีวิต จากนั้น เป็นต้นมา ไม่มีใครกล้าไปนั่งเล่นนอนเล่นที่ห้วยโจ้ ในช่วงค่ำคืนอีกเลย จะมีเพียงกลางวันในวันหยุดเท่านั้นที่กล้าไปนั่ง ๆ นอน ๆ กัน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธนิต มะลิสุวรรณ ศิษย์เก่าแม่โจ้ รุ่น 20 เคยเล่าให้ผมฟังว่า ที่ห้วยโจ้บริเวณต้นไม้ใหญ่ใกล้หอพัก 8 ในปัจจุบัน เคยเป็นที่อาบน้ำของพวกเรา โดยเฉพาะยามค่ำ แต่มาในวันหนึ่งมีเสียงอื้ออึง จนไม่มีใครกล้าไปอาบน้ำช่วงค่ำอีกเลย เรื่องในวันนั้นขณะที่เพื่อนบางคนจะไปอาบน้ำเหมือนเช่นเคย ขณะที่เมื่อเดินริมห้วยโจ้ ที่เคยอาบเล่นเป็นประจำ ปรากฎว่า มีเสียงซู่จากกลางห้วยโจ้ และมีร่าง ๆ หนึ่ง เนื้อตัวสีขาวซีดโผล่พ้นน้ำขึ้นมา เพื่อนคนนั้นถึงกับร้องเสียงหลง และพูดจาไม่ได้ใจความ พูดแต่ว่าเจอผี พูดแต่ประโยคเดิม ๆ อยู่หลายวัน แต่ท่านอาจารย์ธนิต กล่าวว่า ท่านไม่เคยเห็น แต่ก็ไม่กล้าเหมือนกัน และมีอีกหลายท่านเล่าเรื่องเกี่ยวกับผีกับห้วยโจ้ แต่ผมก็ลืม ๆ รายละเอียด เสียแล้วทั้งผีจริง และผีปลอม หากท่านใด มีประสบการณ์ในเรื่องดังกล่าว จะเป็นเรื่องเล่า หรือเคยประสบด้วยตัวเอง ขอเรียนเชิญเลยครับ! หมายเหตุ: คืนนี้ผมเดินลัดป่าบุญศรี วังซ้าย ด้วยไฟฉายดวงเล็กดวงเดียว และเมื่อถึงสะพานเบอร์ลิน หรือปัจจุบันถูกเปลี่ยนชื่อเป็นลูกแม่โจ้กำเนิด เลยบันทึกภาพไว้ แต่ก็ไม่เจอผีนะครับ!

Read More